- กิจกรรมการแข่งขันมวยเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอปลาปาก
พ่อคือแรงบันดาลใจ
สภาพครอบครัวที่อบอุ่น ประกอบด้วย พ่อ – แม่ พี่น้อง ที่ให้ความดูแล เอ็ดดู เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ในฐานะที่เป็นลูกคนสุดท้องโดยเฉพาะพ่อผู้ที่เป็นทุกอย่างเปรียบสะเหมือนเทวาประจำตัว ให้ทุกอย่างที่ลูกต้องการเพียงแต่เอ่ยปาก ลูกจึงเป็นผู้รับจนเคยตัว สนุกและเพลิดเพลิน
จนลืมความยากลำบากของพ่อในที่วันที่สูญเสียผู้ให้และผู้นำก็มาถึง คือพ่อจากไปแบบไม่มีวันกลับ มันหว้าเว้ เสียใจหาที่เปรียบไม่ได้ เหมือนนั่งเรือลอยคลออยู่กลางทะเลกว้างมองไม่เห็นฝั่ง ไม่มีเป้าหมายและทิศทาง
จึง…มีเวลานั่งคิด นอนคิด ถึงอนาคตของตัวเอง ซึ่งไม่มีคนสอนคนนำพา ต้องลุกขึ้นมาสู้ สู้เพื่อความอยู่รอดจึงหันหน้าเข้าสู่เส้นทางกาศึกษาอีกครั้ง ในระดับปริญญาตรี ถึงมันจะช้าไปถึง 4 ปี แต่เป็นการเริ่มเรียนด้วยความตั้งใจ ซึ่งแตกต่างจากการเรียนที่ผ่านมา จนสำเร็จได้รับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นความสำเร็จสิ่งหนึ่งที่ทำเพื่อพ่อ…อีกปีกว่า ๆ ก็ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครู ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิต อยากให้พ่อรู้และรับทราบกับความสำเร็จ เพราะพ่อคือ… แรงบันดาลใจ พ่อคือผู้ที่คอยดูแลเราอยู่ตลอดเวลาทั้งในยามที่ท่านมีชีวิตอยู่และในยามที่ท่านจากไป แต่ความผูกพัน ยังอยู่ในจิตสำนึกตลอดเวลา…
ถามว่า…มันคุ้มกันหรือไม่กับการที่เราเสียพ่อไปแบบไม่มีวันกลับ แล้วเราจึงลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยขาตัวเอง…พ่อ
จากไปก่อนที่จะได้เห็นลูกประสบผลสำเร็จในชีวิต…สิ่งที่พ่ออยากให้ลูกเป็นลูกคิดว่าลูกได้ทำให้พ่อแล้ว…รักพ่อ…
เห็นรักด้วยใจ……เห็นใจด้วยรัก
หยาดเหงื่อ…แห่งความสำเร็จ
|
เล่าให้ฟัง
กลิ่นสาบนวม และหยาดเหงื่อของความเมื่อยหล้าในการฝึกซ้อมและชกมวยในอดีต ทำให้ผมหันหลังให้กับวงการมวยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เพราะเหตุผลหลายประการ มีทั้งสมหวังและผิดหวัง หาอะไรแน่นอนไม่ได้ จนกระทั้งได้มารับราชการครูครั้งแรกที่โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล ก็ยังไม่คิดหรือส่งเสริมกีฬามวยไทยให้กับนักเรียนทั้งที่เป็นกีฬาที่ตัวเองถนัด อาจสืบเนื่องมาจากความเบื่อหน่ายหรือตรากตรำมามากสมัยเด็กๆ เพราะเริ่มชกมวยตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จนถึง ระดับปริญญาตรี คิดว่าคงจะหันหลังให้อย่างแน่นอน
 แต่ ในฐานะที่เป็นครูพลศึกษาต้องสร้างนักกีฬา ก็เริ่มเอาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตะกร้อ วอลเลย์บอล บาสเกตบอล เปตอง และกรีฑา แต่ก็ไม่มีอะไรโดดเด่น จนกระทั้งได้ย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมพัชรกิติยาภา 1 นครพนม เมื่อปี พ.ศ . 2542 ก็มาทำกรีฑากับคุณหมออลงกต มณีกาศ อย่างจริงจัง เพราะฐานเดิมนักเรียนและชุมชนชอบกรีฑา ซึ่งเคยสร้างนักกรีฑาทีมชาติอย่าง เอกชัย จันทะนะ มาแล้ว อยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเราอยู่ดี จนประมาณ ปี พ.ศ. 2545 คุณหมอเลยได้ให้ข้อคิดว่าเราควรทำกีฬาที่ตัวเราถนัดดีกว่าไหม เพราะกรีฑาก็มีคนทำอยู่แล้วเดี๋ยวผมจะดูแลอีกเหมือนกัน อีกอย่างเป็นการส่งเสริมกีฬาในเขตอำเภอปลาปากให้หลากหลาย จึงได้ริเริ่มตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ชีวิตต้องมาคลุกคลีอยู่กับกลิ่นสาบนวมและเหงื่อใครอีกครั้งหนึ่ง
แต่ในฐานะผู้ฝึกสอน อาจเป็นเพราะความพร้อม และแรงสนับสนุนจากผู้ที่เห็นความสำคัญของกีฬามวยไทย เปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้และได้รับการดูแลเป็นอย่างดีต้นไม้เริ่มเจริญเติบโต ออกดอกออกผล ดั่งที่เห็น ทำให้ความเบื่อหน่ายในอดีต กลับมาเป็นแรงกระตุ้นให้ลูกศิษย์มีความขยันพรากเพียร มุ่งไปสู่ความสำเร็จ เพราะโอกาสในปัจจุบันไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา เมือมีผู้ให้การสนับสนุน และมีเป้าหมาย กำหนดเส้นทางให้เดินอย่างมีอนาคต ทั้งด้านกีฬาและการเรียน ทำให้กิจกรรมดำเนินไปด้วยดี ทุกวันนี้กระผมได้ค้นพบตัวเองแล้วในเรื่องของการสร้างนักกีฬา ทั้งสายอาชีพและสมัครเล่น ส่วนหน้าที่หลักคือครูที่ปฏิบัติน้าที่ครูผู้สอน ส่วนอนาคตข้างหน้า คือผู้บริหาร (คิดในใจ)
ความสำเร็จและความภาคภูมิใจ ที่ได้กล่าวมายังน้อยกว่า การมีครอบครัวที่อบอุ่น มีแม่ของลูกที่แสนดี มีลูกที่น่ารักสองคน (ชาย/หญิง) เป็นครอบครัวที่เล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความรัก ความเห็นใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ประสานสู่ความมั่นคง ดั่งประโยคแรกที่เราคุยกันในอดีต เราจะ...สร้างรัก สร้างฝัน เพื่อวันของเรา
|